รูปภาพแจ้งข่าว ทางเว็บบอร์ด openerpthailand.org ได้เปลี่ยนระบบเว็บบอร์ด ใหม่เป็น phpBB 3.1
  1. บุคคลทั่วไป จะไม่สามารถเข้าอ่านกระทู้บางบอร์ด แนะนำให้ท่าน สมัครสมาชิกคลิกตามลิงค์นี้
  2. สมาชิกใหม่ ถ้ายังไม่ได้แนะนำตัวจะไม่สามารถ ตั้งกระทู้ และ ดาวน์โหลด ไฟล์จากเว็บบอร์ดได้ ท่านจำเป็นต้องแนะนำตัวที่หมวดนี้
  3. ถ้ามีปัญหาการใช้งาน หรือ ข้อเสนอแนะใดๆ แนะนำได้ที่นี่
  4. ปุ่มรูปหัวใจใต้โพส แต่ละโพส ท่านสามารถกดเพื่อสื่อถึงคนโพสนั้นถูกใจท่าน
  5. ห้ามลง E-mail, เบอร์โทรส่วนตัว, Line id หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อป้องกันการแอบอ้างและโฆษณาแฝง โดยสามารถติดต่อสมาชิกท่านอื่นผ่านระบบ PM ของบอร์ด
  6. ท่านสามารถปิดการแจ้งนี้ได้ ที่มุมขวาของกล่องข้อความนี้

บุคคลทั่วไปสามาเข้าสู่ระบบ ด้วย Account ของ FaceBook ได้แล้ว คลิกที่นี่ได้เลย

ตันไบเล่ - ตัน ภาสกรนที

รวมข่าวสารเกี่ยวกับ ธุรกิจ ความเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจที่สำคัญๆ แบ่งปันกันได้ที่หมวดนี้
openerp_docman
โพสต์: 388
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 06 ต.ค. 2012 10:11 am

ตันไบเล่ - ตัน ภาสกรนที

โพสต์โดย openerp_docman » พุธ 11 มิ.ย. 2014 12:00 am

"ตัน ภาสกรนที" ตัดสินใจ ซื้อ "ไบเล่"

หลายคนก็ตั้งคำถามว่า "คุ้ม" หรือไม่สำหรับการซื้อน้ำส้มแบรนด์เก่าแก่ที่มียอดขายน้อยนิดในเมืองไทย

ตัวเลข 240 ล้านบาทที่จ่ายไปเหมือนจะสูง

แต่ในมุมของ "ตัน" นั้นถือว่าถูกมาก

240 ล้าน แบ่งเป็นค่าเครื่องหมาย

การค้าในเมืองไทย 80 ล้านบาท

ในต่างประเทศอีก 15 ประเทศ ประเทศละ 10 ล้านบาท รวม 150 ล้านบาท

และค่าสูตรน้ำส้ม น้ำองุ่น และ

น้ำมะนาวอีก 10 ล้านบาท

เฉพาะในเมืองไทยราคา 80 ล้านบาท

นั้น "ตัน" มองว่าถูกมากสำหรับการสร้างแบรนด์

เพราะการสร้างแบรนด์ใหม่ให้เป็นที่ยอมรับทั้งชื่อและรสชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่ใช่มีเงินแล้วจะสำเร็จ

"ตัน" เคยมีประสบการณ์เรื่องน้ำส้มมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่อยู่ "โออิชิ"

จำน้ำส้ม "เซกิ" ได้ไหมครับ

เขาใช้งบประมาณในการปลุกปั้น "เซกิ" มากทีเดียว

ไม่แน่ใจว่าเท่าไร แต่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

แต่สุดท้าย "เซกิ" ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

80 ล้านสำหรับ "ไบเล่" จึงถูกมาก

เพราะแค่เอ่ยชื่อ "ไบเล่" กับ "เซกิ"

ผมเชื่อว่าคนรู้จัก "ไบเล่" มากกว่า

ส่วนรสชาตินั้น ถ้าถามคนที่เคยดื่ม "ไบเล่" น้อยนักที่จะมีคนบอกว่าไม่อร่อย

ยิ่งคนรุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับ "ไบเล่" ตอนที่ยังหาซื้อง่าย ๆ ทุกคนจะชอบ "ไบเล่"

ดังนั้น 80 ล้านบาทสำหรับการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและรสชาติเป็นที่ยอมรับ จึงถือว่าถูกมากจริง ๆ

และทันทีที่ "ไบเล่" อยู่ในมือ "ตัน"

มูลค่าของผลิตภัณฑ์จะเพิ่มขึ้นทันทีใน 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ "ต้นทุน"

ด้วยโรงงานที่ทันสมัยของ "อิชิตัน" ต้นทุน "ไบเล่" จะลดลงทันทีประมาณขวดละ 1-2 บาท

อย่าลืมว่า "สินค้าประหยัด คือ สินค้าที่ทำกำไรทันที"

1-2 บาทต่อขวด เยอะนะครับ

10 ล้านขวดก็ 20 ล้านบาท

20 ล้านขวดก็ 40 ล้านบาท

ถ้าตั้งเป้ายอดขายไว้ 300-400 ล้านบาท

ก็ประมาณ 30-40 ล้านขวด

หรือประหยัดต้นทุนได้ทันที 60-80 ล้านบาท

เรื่องที่สอง คือ "การตลาด"

"ไบเล่" พร้อมทั้งชื่อเสียงและรสชาติ ในขณะที่ "ตัน" เก่งเรื่องการตลาด

รับรองได้ว่าอีกไม่กี่เดือน เราจะพบกับ "ไบเล่" รูปแบบใหม่อย่างแน่นอน

"น้ำส้มไบเล่" จะแปลงกายเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย

แค่อยู่ในมือ "ตัน"

"ไบเล่" ตัวเดิมก็ไม่เหมือนเดิมในบัดดล

เรื่องราวของน้ำส้ม "ไบเล่" ที่เก่าแก่ถึง 96 ปี มีคุณค่ามากในทางการตลาด

เพราะเป็นตำนานที่มีชีวิต

แต่ "ของเก่า" จะขลังหรือไม่ขลังก็ขึ้นอยู่กับผู้ปลุกเสก

"ไบเล่" อายุ 96 ปีก็เช่นกัน

จะพลิกฟื้นชีวิตให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้หรือไม่ก็อยู่ที่ "พ่อมด" คนนี้

"ตัน ภาสกรนที"
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน