นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจห้างสรรพสินค้าในปี 2556 คาดว่าจะไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากยังมีปัจจัยลบให้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายรถยนต์คันแรก ที่ทำให้ลูกค้าบางส่วนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังส่งผลให้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯเกิดปัญหารถติดอย่างมาก ดังนั้นลูกค้าบางส่วนจะหันมาเลือกที่จะซื้อสินค้าใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งธุรกิจค้าปลีกที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว น่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน และคอมมูนิตี้มอลล์ (ศูนย์การค้าชุมชน)
นอกจากนี้นโยบายการปรับค่าแรงเป็นวันละ 300 บาท ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เจ้าของกิจการ และกลุ่มเอสเอ็มอีมีภาระ
ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งบางส่วนอาจต้องปิดกิจการ และบางส่วนเลือกที่จะใช้เงินอย่างระมัดระวังขึ้น โดยในส่วนของบริษัทเองก็มีแผนที่จะดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2556 บริษัทเตรียมที่จะใช้งบการตลาดในสัดส่วน 3-4% ของยอดขาย หรือประมาณ 2,000
ล้านบาท ในการทำกิจกรรมและจัดอีเว้นท์ตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ด้วยการให้แต่ละแผนกในศูนย์การค้าทำแคมเปญการตลาดเอง เพื่อให้การทำกิจกรรมเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น จากเดิมจะเน้นทำแคมเปญการตลาดส่วนกลาง
ส่วนแผนการตลาดในช่วงปลายปี 2555 ต่อเนื่องต้นปี 2556 นั้น บริษัทได้ใช้งบ 200 ล้านบาท ในการจัดแคมเปญ “2013 LOL Lucky Out Loud” เริ่มวันที่ 6 ธันวาคม 2555-6 มกราคม 2556 เพื่อต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตกแต่งศูนย์การค้าในเครือด้วยบรรยากาศปีใหม่ มีดวงไฟกว่า 10,000 ดวง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทจะได้ลุ้นรางวัลพิเศษมากมาย ทั้งรถยนต์ซูบารุ2 รางวัล โทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี่ 200 เครื่อง และลุ้นรับคูปองส่วนลดตั้งแต่ 10-50% เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,500-15,000 บาท รวมทั้งยังมีสินค้าในศูนย์การค้ามาลดราคามากมาย ซึ่งหลังจากจบแคมเปญคาดว่าจะมีรายได้ 6,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปี 2554 ถ้าเทียบกับการจัดกิจกรรมช่วงปกติจะเติบโต 40-50%
ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2555 จะมีรายได้รวม 47,000 ล้านบาท เติบโต 9-10% จากปี 2554 โดยในช่วงครึ่งปีหลังยอดขายเติบโตสูงมาก เพราะความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจของผู้บริโภคดีขึ้น จึงมั่นใจที่จะใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งลูกค้าจะใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800-2,500 บาท ในศูนย์การค้า และใช้จ่าย 600-800 บาท ในซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์การค้าที่สร้างยอดขายให้บริษัทสูงสุด คือ สยามพารากอน รองลงมาคือ เดอะมอลล์ บางแค และเดอะมอลล์ บางกะปิ
นายชำนาญกล่าวว่า ในปี 2556 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 51,230 ล้านบาท เติบโต 8-10% จากปี 2555 ถือว่าเติบโตสูงเป็นตัวเลขสองหลักต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว เนื่องจากปัจจัยบวกจากการเมืองในประเทศที่เริ่มนิ่ง จึงทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังใช้จ่ายเงินตามปกติอยู่
ที่มา : naewna.com
แจ้งข่าว ทางเว็บบอร์ด openerpthailand.org ได้เปลี่ยนระบบเว็บบอร์ด ใหม่เป็น phpBB 3.1- บุคคลทั่วไป จะไม่สามารถเข้าอ่านกระทู้บางบอร์ด แนะนำให้ท่าน สมัครสมาชิกคลิกตามลิงค์นี้
- สมาชิกใหม่ ถ้ายังไม่ได้แนะนำตัวจะไม่สามารถ ตั้งกระทู้ และ ดาวน์โหลด ไฟล์จากเว็บบอร์ดได้ ท่านจำเป็นต้องแนะนำตัวที่หมวดนี้
- ถ้ามีปัญหาการใช้งาน หรือ ข้อเสนอแนะใดๆ แนะนำได้ที่นี่
- ปุ่มรูปหัวใจใต้โพส แต่ละโพส ท่านสามารถกดเพื่อสื่อถึงคนโพสนั้นถูกใจท่าน
- ห้ามลง E-mail, เบอร์โทรส่วนตัว, Line id หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อป้องกันการแอบอ้างและโฆษณาแฝง โดยสามารถติดต่อสมาชิกท่านอื่นผ่านระบบ PM ของบอร์ด
- ท่านสามารถปิดการแจ้งนี้ได้ ที่มุมขวาของกล่องข้อความนี้
บุคคลทั่วไปสามาเข้าสู่ระบบ ด้วย Account ของ FaceBook ได้แล้ว คลิกที่นี่ได้เลย
เดอะมอลล์ กรุ๊ป เตรียมใช้งบ 2,000 ล้านบาท ทำกิจกรรมและจัดอีเว้นท์ตลอดปี กระตุ้นล
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: 7 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
Log in with LINE
