[/center]นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า อ.ต.ก.จะเปิดร้านสะดวกซื้อ MOF SHOP ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยร้านจะตั้งอยู่ในบริเวณตลาด อ.ต.ก. จตุจักร สินค้าในร้านมีทั้งผลิตผลการเกษตรแบบสดและแปรรูป มีทั้งสินค้าแบบฝากขาย และสินค้าที่ อ.ต.ก.ซื้อมาวางขายเอง ในเบื้องต้น อ.ต.ก.ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในการนำนมตราวัวแดงมาวางขายใน MOF SHOP
การเปิด MOF SHOP เป็นการพัฒนาพื้นที่ของ อ.ต.ก.ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งปัจจุบัน อ.ต.ก.มีพื้นที่สำนักงานที่ว่างกระจายอยู่ทั่วประเทศ หลังจากเปิดร้านสาขาแรกแล้วอีก 6 เดือนจะมาพิจารณาว่าสมควรขยายสาขาหรือไม่ หากจะมีการขยายสาขาจะเริ่มจาก จ.ขอนแก่นเป็นสาขาที่ 2 ต่อไป ความตั้งใจที่จะเปิดร้านจำหน่ายลักษณะนี้ขึ้นมาเพื่อสนองตอบกับสังคมเมืองที่ ขยายตัวมากขึ้น และเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรจากปัจจุบันเมื่อพูดถึงกระทรวงเกษตรฯ ภาพลักษณ์จะเป็นฝ่ายผลิตเพียงอย่างเดียว ดังนั้น หน้าที่การตลาดจึงเป็นสิ่งที่ อ.ต.ก.จะต้องทำ โดยร้าน MOF SHOP นี้จะประเมินผลหลังเปิดจำหน่ายไปแล้ว 6 เดือน ในเบื้องต้นอาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง แต่มั่นใจว่าจะสามารถให้ผลประกอบการที่น่าพอใจ อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯมีภารกิจครัวไทยสู่ครัวโลก ต้องนำผลผลิตจากเกษตรกรเข้าไปอยู่ในครัวของคนทั้งโลกให้ได้ MOF SHOP จะเป็นหนึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ ในภาพโครงการใหญ่นี้
เชื่อว่าการเปิดร้าน MOF SHOP จะไม่กระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าในตลาด อ.ต.ก. เพราะผู้ซื้อมีมาก ผลผลิตก็มีมาก แต่ผู้ขายมีน้อย บางช่วงเวลาพ่อค้าแม่ค้าแทบขายไม่ทัน การเปิดร้านเป็นเพียงช่องทางเพิ่มเติมเท่านั้น โดยตลาด อ.ต.ก.มีผู้บริโภคเข้ามาเลือกซื้อของในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ประมาณ 5,000 คนต่อวัน มูลค่าวันละ 4-5 ล้านบาท ส่วนช่วงวันจันทร์-พฤหัสบดีผู้บริโภคและรายได้จะอยู่ที่ 50% ของวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
นายธเนศพลกล่าวอีกว่า ในปี 2555 อ.ต.ก.มีกำไร 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากปี 2553-54 ที่ขาดทุนรวม 80 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาล ทั้งโครงการรับจำนำข้าว และโครงการจำนำกระเทียม ซึ่งเป็นรายได้หลักกว่า 60-70% ของ อ.ต.ก. นอกจากนั้น เป็นรายได้จากการเก็บค่าเช่า และการขายสินค้า
การที่รายได้หลักของ อ.ต.ก.มาจากการพึ่งพิงโครงการของรัฐบาล ทำให้ในบางปีที่รัฐบาลไม่มีโครงการเหล่านี้ อ.ต.ก.ประสบปัญหาขาดทุน ดังนั้น อ.ต.ก.จึงมีเป้าหมายจะอยู่ได้ด้วยการดำเนินกิจการของตัวเอง ในเบื้องต้นมีการวางแผนเข้มงวดเรื่องค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน และเร่งสร้างยอดขายสินค้า
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อ.ต.ก.ได้ส่งลำไยลอตแรกไปยังตลาดอิตาลี โดยมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท แม้ว่าจะมีปริมาณและมูลค่าไม่มาก แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะถือเป็นผลไม้สดชนิดแรกที่สามารถส่งเข้าไปอิตาลีได้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดเรื่องมาตรฐานเป็นอย่างมาก "ถึง แม้ว่าอิตาลีจะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ไม่ส่งผลกระทบกับสินค้าประเภทอาหาร จากการศึกษาตลาดพบว่าความต้องการอาหาร ผัก และผลไม้ในอิตาลีและสหภาพยุโรปยังมีการเติบโตสูง ซึ่งแผนการทำตลาดของ อ.ต.ก.จะเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นในปี 2556 ทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยจะคัดสรรสินค้าที่ปลอดภัย และสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิกส์ที่ดีต่อสุขภาพเป็นหลัก" นายธเนศพลกล่าว
ที่มา : prachachat.net
Log in with LINE

