รูปภาพแจ้งข่าว ทางเว็บบอร์ด openerpthailand.org ได้เปลี่ยนระบบเว็บบอร์ด ใหม่เป็น phpBB 3.1
  1. บุคคลทั่วไป จะไม่สามารถเข้าอ่านกระทู้บางบอร์ด แนะนำให้ท่าน สมัครสมาชิกคลิกตามลิงค์นี้
  2. สมาชิกใหม่ ถ้ายังไม่ได้แนะนำตัวจะไม่สามารถ ตั้งกระทู้ และ ดาวน์โหลด ไฟล์จากเว็บบอร์ดได้ ท่านจำเป็นต้องแนะนำตัวที่หมวดนี้
  3. ถ้ามีปัญหาการใช้งาน หรือ ข้อเสนอแนะใดๆ แนะนำได้ที่นี่
  4. ปุ่มรูปหัวใจใต้โพส แต่ละโพส ท่านสามารถกดเพื่อสื่อถึงคนโพสนั้นถูกใจท่าน
  5. ห้ามลง E-mail, เบอร์โทรส่วนตัว, Line id หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อป้องกันการแอบอ้างและโฆษณาแฝง โดยสามารถติดต่อสมาชิกท่านอื่นผ่านระบบ PM ของบอร์ด
  6. ท่านสามารถปิดการแจ้งนี้ได้ ที่มุมขวาของกล่องข้อความนี้

บุคคลทั่วไปสามาเข้าสู่ระบบ ด้วย Account ของ FaceBook ได้แล้ว คลิกที่นี่ได้เลย

อิตัลไทย กรุ๊ป ภายใต้ผู้บริหาร 3 รุ่น 3 สไตล์ ท้าชนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแ

รวมข่าวสารเกี่ยวกับ ธุรกิจ ความเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจที่สำคัญๆ แบ่งปันกันได้ที่หมวดนี้
Yamachita
โพสต์: 448
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 31 ต.ค. 2012 8:20 pm

อิตัลไทย กรุ๊ป ภายใต้ผู้บริหาร 3 รุ่น 3 สไตล์ ท้าชนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแ

โพสต์โดย Yamachita » จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 10:21 am

58 ปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาว อิตัลไทย กรุ๊ป ภายใต้ผู้บริหาร 3 รุ่น 3 สไตล์ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็ง และท้าชนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย

[center]รูปภาพ[/center]

จุดเริ่มต้นจาก ดร.ชัยยุทธ กรรณสูตร กับเพื่อนรัก-จีออร์จีโอ แบร์ลิงเจียรี ร่วมกันก่อตั้ง อิตัลไทยอุตสาหกรรม ในปี 2498 บุกเบิกสร้างธุรกิจในประเทศไทยจนเป็นปึกแผ่น และเติบโตมาเป็นอิตัลไทยในวันนี้ที่มีฐานธุรกิจอย่างกว้างขวางตั้งธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ เทรดดิ้ง ฮอสพิทาลิตี้ และอุตสาหกรรมการผลิต ด้วยมูลค่าธุรกิจในมือเป็นหลักหมื่นล้านบาท
การเดินทางมากว่า 5 ทศวรรษ จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศของการชื่นมื่นกับความสำเร็จที่ปลุกปั้น และต้องออกแรงลุ้นบ้างกับช่วงเวลาที่ต้องสะดุดและหยุดชะงักเมื่อผู้นำผลัดใบ
ทว่าถึงวันนี้ ความท้าทายครั้งใหม่สำหรับ อิตัลไทย หัวใจหลักกลับอยู่ที่ "ปรับตัว" อย่างไรให้ทันกับการ "เปลี่ยนแปลง" ที่เข้ามาประชิดทั้งการแข่งขัน และการเปลี่ยนผ่านองค์กร จาก "ธุรกิจครอบครัว" ให้ผันสู่ "มืออาชีพ" ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ก้าวสู่ 6 ทศวรรษ อิตัลไทย จะไปได้ไกลแค่ไหน? คำตอบอยู่ที่ ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ทายาทรุ่นที่ 3 ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่ใช้จังหวะของการก้าวสู่ปีที่ 58 ยกเครื่องธุรกิจ และองค์กรในกลุ่มใหม่ ภายใต้รหัส "Racing to New Heights"

เหตุผลของการรีแบรนด์ครั้งนี้ของ ยุทธชัย มีหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แรงกดดันจากการรวมตัวของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผลักดันให้ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง(องค์กร) ให้พร้อมฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากนี้ไปให้ได้

หลังจากใช้เวลาศึกษาอยู่นานเป็นปีที่สุด ยุทธชัย ก็ค้นพบตัวเอง และหาจุดลงตัวจนเจอ เมื่อพบว่า อิตัลไทย ในช่วงที่ผ่านมาแตกตัวไปในธุรกิจที่หลากหลาย (Diversify) และแต่ละธุรกิจเน้นบริหารงานกันแบบธุรกิจครอบครัว แต่ละธุรกิจอยู่กันแบบไซโล ไม่มีระบบตรวจสอบถึงกัน การตรวจสอบการทำงานของแต่ละธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
เมื่อตัดสินใจปรับโฉมองค์กรใหม่ วิถีแบบเดิมๆ ของ อิตัลไทย จึงต้องปรับเปลี่ยน!

ธุรกิจที่แผ่ขยายมาตลอด 5 ทศวรรษ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ วันนี้ถูกปรับให้กระชับและคล่องตัวมากขึ้นกับ 3 กลุ่มธุรกิจที่เป็นเส้นเลือดหลัก ได้แก่ สายธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรและบริการด้านวิศวกรรม ปัจจุบันสร้างรายได้ 50%

สายอุตสาหกรรมบริการและอสังหาริมทรัพย์ อยู่ภายใต้การดูแลของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และอมารี เอ็ซเทท สร้างสัดส่วนรายได้ 40% และสายธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจน้องใหม่ที่ทำรายได้ให้กับกลุ่มอิตัลไทย 10% "การบริหารธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มองว่าเราทำงานแบบครอบครัว ประนีประนอม และไม่มีความเข้มข้นด้านบริหารจัดการ แต่หลังจากรีแบรนด์แล้วทุกกระบวนการจะมีการนำเครื่องมือการบริหารจัดการใหม่ๆ มาใช้ มีกฎระเบียบ การเทียบตัวเองกับคู่แข่งขันในอุตสาหกรรม รวมถึงการวางระบบตรวจสอบการทำงานของแต่ละธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยจัดตั้งหน่วยใหม่ที่ชื่อ SPO หรือ Strategic Planning Organization ทำหน้าที่เสมือนคู่คิดให้กับทุกแผนกซึ่งรายงานกับผมโดยตรง"

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ยุทธชัย บอก เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอิตัลไทย แน่นอนว่าแรกๆ ย่อมได้รับการต่อต้านบ้าง ด้วยความที่เป็นองค์กรใหญ่ มีมูลค่าธุรกิจเป็นหลักหมื่นล้าน พนักงานมากถึง 5 พันคน ที่ไม่เพียงทำงานในไทย แต่กระจายอยู่ใน 6 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย ทั้งจีน ฮ่องกง ศรีลังกา อินเดีย กาตาร์ และลาว ความท้าทาย และสิ่งที่ยากที่สุดของการปรับโฉมองค์กรครั้งนี้จึงอยู่ที่ "คน" เป็นหลัก "ปรับโฉม" จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพนักงาน 5 พันคนจะ Follow แค่ไหน

นี่เป็นสิ่งที่ ยุทธชัย มองว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ และเกาะติดอย่างใกล้ชิดถึงปฏิกิริยาที่จะตามมาหลังการปรับเปลี่ยน อิตัลไทย ไปสู่โฉมใหม่อย่างที่คาดหวัง เพราะจากจำนวนพนักงานที่มากถึง 5 พันคน แยกย่อยออกเป็นหลายกลุ่มธุรกิจ ทำให้การบริหารคนที่มีอยู่เดิม และการคัดสรรคนใหม่เข้ามาทำงานเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทักษะที่แตกต่างกันออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ตัวชี้วัดผลงานคนละแบบ อาทิ กลุ่มบริการ คงต้องดูที่ประสิทธิภาพการขายห้อง ส่วนค้าปลีก ก็ดูที่การคุ้มทุน และกำไร เป็นต้น

ทุกอย่างที่จัดวางจะมีผลลัพธ์สะท้อนกลับได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับ 2 เรื่องหลัก คือ การวางวิสัยทัศน์ และกำหนดตัวเลขทางธุรกิจให้ชัด กับ การสื่อสารกับทีมงานอยู่ตลอดเวลา ที่วันนี้ยังต้องรอลุ้นผลที่จะตามมาว่า อิตัลไทย จะเดินไปในเส้นทางที่ ยุทธชัย ขีดไว้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัดในองค์กรนี้เป็นเรื่องของ Empower "เมื่อเทียบกับรุ่นพ่อแล้ว Empower การให้อำนาจกับทีม ถือว่าต่างสไตล์กันไป รุ่นพ่อ จะให้เกือบเต็ม 100 แล้วค่อยมาดูกันอีกทีตอนผลงานที่ออกมา ขณะที่ผม เมื่อ Empower ไปแล้วระหว่างทางจะต้องพูดคุย และดูถึงผลที่จะเกิดขึ้น เป็นการทำงานอย่างใกล้ชิด และเป็นทีม แต่ที่สุดแล้ว เรียกได้ว่า กลุ่มอิตัลไทย ยังเน้นการทำงานแบบคอนเซอร์เวทีฟ แต่เป็นคอนเซอร์เวทีฟที่เน้นการเติบโต"
ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจจะต้องเติบโต และสร้างผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ จากวันนี้มูลค่าธุรกิจอยู่ที่หลักหมื่นล้าน ตั้งเป้าว่าหลังปรับองค์กรใหม่มูลค่าธุรกิจจะเติบโตไปแตะที่ 1.5 หมื่นล้านในอีก 2 ปีข้างหน้า

การขยายการลงทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ อาทิ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด ธุรกิจจำหน่ายเครื่องจักรกลอุตสาหกรรม เครื่องขุด เจาะ คาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จาก 10 สาขาทั่วประเทศ ล่าสุดเปิดสาขาที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม รับก่อสร้างแบบครบวงจรธุรกิจพลังงานทดแทน เช่น ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) พลังงานลม (Wind Farm) โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อน คาดว่าจะมีรายได้ 3,500-3,600 ล้านบาทในปี 2556

ส่วนในสายธุรกิจอุตสาหกรรมบริการ และอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีโรงแรมภายใต้การบริหารของบริษัท 32 แห่งทั่วเอเชียที่มีแผนจะเปิดอีก 3 แห่ง ได้แก่ สมุย ฮ่องกง โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ทีดับบลิวจี ที (TWG Tea) จากสิงคโปร์เข้ามาบริหารในสาขาแรกที่เอ็มโพเรียม โดยในภาพรวมยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดี แม้ว่าปัจจุบันจะทำสัดส่วนรายได้ 10% ให้กับกลุ่มก็ตาม อิตัลไทย (โฉมใหม่) จะเดินทางฝ่าพายุไปได้ไกลแค่ไหน? หากสังเกตุจากโลโก้ใหม่ รูปลูกศรที่พุ่งขึ้น กำกับไว้ด้วยสีเขียว และสีฟ้า เป็นการบ่งบอกว่า อิตัลไทย พร้อมทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่รุนแรง เวลาเท่านั้นที่เป็นเครื่องพิสูจน์


ที่มา : bangkokbiznews.com

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน