โพสต์ โดย Yamachita » ศุกร์ 14 ธ.ค. 2012 11:29 am
น.ส.นิสานาถ บุญแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าเด็กและแฟชั่น บริษัท แมพ แอคทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2556 บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจในทุกกลุ่มสินค้าที่ทำตลาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของเล่น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 40% กลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าเด็ก 30% กลุ่มแฟชั่น 30% โดยรูปแบบของการทำตลาดจะเน้นการเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ และเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของการหันมาขยายธุรกิจในเครือมากขึ้น เพราะต้องการเตรียมพร้อมในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวคาดว่าจะมีนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยมากขึ้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าว
“กลุ่มของเล่นถือเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทจะให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาซื้อของเล่นที่มีประโยชน์ให้กับลูกหลานของตัวเองมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทถือลิขสิทธิ์ของเล่นแบรนด์ดังหลายราย เช่น ฮาสโบร รวมมากกว่า 20 แบรนด์ ในปี 2556 จะเพิ่มสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษาและเทคโนโลยีมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจและยอมใช้จ่ายกับของเล่นที่เพิ่มทักษะให้กับลูกมากขึ้น” น.ส.นิสานาถ กล่าว
ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าเด็ก เดิมมีแบรนด์ คือ ออชคอส คาร์ตอร์บาร์บี้ เป็นต้น ปี 2555 ได้เพิ่มแบรนด์ใหม่ เช่น อาดิดาส สไตรด์ไรท์ เป็นต้นขณะที่กลุ่มแฟชั่นนั้น ในปี 2556 คาดว่าจะเพิ่มอีก 4-5 แบรนด์ จากปัจจุบันมี 2 แบรนด์ คือ นิวลุค เน็กซ์
ที่มา : naewna.com
น.ส.นิสานาถ บุญแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าเด็กและแฟชั่น บริษัท แมพ แอคทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2556 บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจในทุกกลุ่มสินค้าที่ทำตลาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของเล่น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 40% กลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าเด็ก 30% กลุ่มแฟชั่น 30% โดยรูปแบบของการทำตลาดจะเน้นการเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ และเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของการหันมาขยายธุรกิจในเครือมากขึ้น เพราะต้องการเตรียมพร้อมในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวคาดว่าจะมีนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยมากขึ้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าว
“กลุ่มของเล่นถือเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทจะให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาซื้อของเล่นที่มีประโยชน์ให้กับลูกหลานของตัวเองมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทถือลิขสิทธิ์ของเล่นแบรนด์ดังหลายราย เช่น ฮาสโบร รวมมากกว่า 20 แบรนด์ ในปี 2556 จะเพิ่มสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษาและเทคโนโลยีมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมพ่อแม่ยุคใหม่ใส่ใจและยอมใช้จ่ายกับของเล่นที่เพิ่มทักษะให้กับลูกมากขึ้น” น.ส.นิสานาถ กล่าว
ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าเด็ก เดิมมีแบรนด์ คือ ออชคอส คาร์ตอร์บาร์บี้ เป็นต้น ปี 2555 ได้เพิ่มแบรนด์ใหม่ เช่น อาดิดาส สไตรด์ไรท์ เป็นต้นขณะที่กลุ่มแฟชั่นนั้น ในปี 2556 คาดว่าจะเพิ่มอีก 4-5 แบรนด์ จากปัจจุบันมี 2 แบรนด์ คือ นิวลุค เน็กซ์
ที่มา : naewna.com