โพสต์ โดย Yamachita » พุธ 12 ธ.ค. 2012 10:27 am
นายประเสริฐ ไวยาวัจมัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทแปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ สินค้าด้านสุขภาพ และนมผงสำหรับเด็ก ภายใต้แบรนด์ “นมแพะ ดีจี” จากประเทศนิวซีแลนด์ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ว่า บริษัทได้ปรับลดสัดส่วนกลุ่มธุรกิจยาลงจากเดิมมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ให้เหลือเพียง 38% และเพิ่มความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ยามากขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยเริ่มควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้ยามากขึ้น ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 จะส่งผลทำให้กลุ่มผู้ผลิตยาจากประเทศต่างๆ ทั้งที่อยู่ในกลุ่มอาเซียนและนอกอาเซียน มีโอกาสที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่สำคัญอย่างประเทศอินโดนีเซีย ที่มีต้นทุนการผลิตยาที่ถูกกว่าประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายและรองรับการจดทะเบียนยาให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ผลิตยาของประเทศไทย และผู้ประกอบการด้านสุขภาพไปเปิดตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเป็นตัวแทนรับจดทะเบียนยาให้กับผู้ผลิตยาจากต่างประเทศที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน
“จากนี้ไปบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดให้กับกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ยามากขึ้น โดยล่าสุดเป็นตัวแทนจำหน่ายและทำตลาดนมแพะ แบรนด์ “ดีจี” จากบริษัท แดรี่โกท จำกัด ผู้ผลิตนมแพะจากประเทศนิวซีแลนด์ ในภูมิภาคอาเซียน ยกเว้นประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ที่มีตัวแทนจำหน่ายมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยบริษัทเริ่มทำตลาดที่ประเทศฟิลิปปินส์มาก่อนหน้านี้แล้ว และเตรียมจะขยายตลาดไปสู่ประเทศเวียดนามในปี 2556 รวมถึงประเทศอินโดนีเซีย, ลาว, พม่า และกัมพูชา ตามลำดับ”นายประเสริฐ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในระดับภูมิภาคในสินค้าอีก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจวัดความแข็งของตับไฟโบรสแกน หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆอีกหลายรายการ
ทั้งนี้ บริษัทได้วางงบทางการตลาดในครั้งนี้ไว้ที่ประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อทำตลาดนมแพะแบรนด์ดีจี ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งในช่องทางที่ผ่านสื่อและไม่ผ่านสื่อ รวมถึงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์คือ “นาเดีย นิมิตรวานิช” ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่ยุคใหม่ ทันสมัย ที่ใส่ใจลูกน้อยด้วยการเลี้ยงดูอย่างดี โดยนมแพะดีจีจะจำหน่ายในราคาที่สูงกว่านมวัวทั่วไปประมาณ 15-20%
สำหรับภาพรวมตลาดนมช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น นมวัวในสัดส่วนกว่า 80-90% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10-20% เป็นนมประเภทอื่นๆ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายนมแพะแบรนด์ดีจีในปี 2555 นี้ไว้ที่ประมาณ 400 ล้านบาทหรือเติบโตปีละประมาณ 30-40% ในขณะที่เป้าหมายรายได้ทั้งปี 2555 ของทั้งกลุ่มตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากปี 2554 และยังได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2556 ไว้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา : naewna.com/
นายประเสริฐ ไวยาวัจมัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทแปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ สินค้าด้านสุขภาพ และนมผงสำหรับเด็ก ภายใต้แบรนด์ “นมแพะ ดีจี” จากประเทศนิวซีแลนด์ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ว่า บริษัทได้ปรับลดสัดส่วนกลุ่มธุรกิจยาลงจากเดิมมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ให้เหลือเพียง 38% และเพิ่มความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ยามากขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยเริ่มควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้ยามากขึ้น ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 จะส่งผลทำให้กลุ่มผู้ผลิตยาจากประเทศต่างๆ ทั้งที่อยู่ในกลุ่มอาเซียนและนอกอาเซียน มีโอกาสที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่สำคัญอย่างประเทศอินโดนีเซีย ที่มีต้นทุนการผลิตยาที่ถูกกว่าประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายและรองรับการจดทะเบียนยาให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ผลิตยาของประเทศไทย และผู้ประกอบการด้านสุขภาพไปเปิดตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเป็นตัวแทนรับจดทะเบียนยาให้กับผู้ผลิตยาจากต่างประเทศที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน
“จากนี้ไปบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดให้กับกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ยามากขึ้น โดยล่าสุดเป็นตัวแทนจำหน่ายและทำตลาดนมแพะ แบรนด์ “ดีจี” จากบริษัท แดรี่โกท จำกัด ผู้ผลิตนมแพะจากประเทศนิวซีแลนด์ ในภูมิภาคอาเซียน ยกเว้นประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ที่มีตัวแทนจำหน่ายมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยบริษัทเริ่มทำตลาดที่ประเทศฟิลิปปินส์มาก่อนหน้านี้แล้ว และเตรียมจะขยายตลาดไปสู่ประเทศเวียดนามในปี 2556 รวมถึงประเทศอินโดนีเซีย, ลาว, พม่า และกัมพูชา ตามลำดับ”นายประเสริฐ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในระดับภูมิภาคในสินค้าอีก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจวัดความแข็งของตับไฟโบรสแกน หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆอีกหลายรายการ
ทั้งนี้ บริษัทได้วางงบทางการตลาดในครั้งนี้ไว้ที่ประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อทำตลาดนมแพะแบรนด์ดีจี ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งในช่องทางที่ผ่านสื่อและไม่ผ่านสื่อ รวมถึงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์คือ “นาเดีย นิมิตรวานิช” ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่ยุคใหม่ ทันสมัย ที่ใส่ใจลูกน้อยด้วยการเลี้ยงดูอย่างดี โดยนมแพะดีจีจะจำหน่ายในราคาที่สูงกว่านมวัวทั่วไปประมาณ 15-20%
สำหรับภาพรวมตลาดนมช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น นมวัวในสัดส่วนกว่า 80-90% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10-20% เป็นนมประเภทอื่นๆ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายนมแพะแบรนด์ดีจีในปี 2555 นี้ไว้ที่ประมาณ 400 ล้านบาทหรือเติบโตปีละประมาณ 30-40% ในขณะที่เป้าหมายรายได้ทั้งปี 2555 ของทั้งกลุ่มตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากปี 2554 และยังได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2556 ไว้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา : naewna.com/