[center]

[/center]
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่า ความมั่นใจของนักท่องเที่ยวในการเดินทางช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงถึง 120% หลังพบว่าคนไทยกว่า 34% ได้เตรียมแผนเดินทางในประเทศไว้แล้ว โดยมีแผนเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมปีนี้ และเดินทางกลับในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า
ขณะที่ภาพรวมผล สำรวจในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ นักท่องเที่ยวถึง 53% พร้อมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสำคัญ ได้แก่ วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม และ
วันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม โดยจุดหมายปลายทางที่นิยมมากที่สุด คือภาคเหนือที่เลือกไปกันถึง 33% นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยขาออก (เอาต์บาวนด์) ได้วางแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศที่ 14% ซึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมได้แก่ จีน ฮ่องกง และลาว
"ปัจจัยหลักที่ภาคเอกชนเห็นว่าช่วยส่งเสริมการ ท่องเที่ยวปิดท้ายปี คือสายการบินต้นทุนต่ำที่ช่วยเอื้อความสะดวกด้านการเดินทาง จากแผนการเพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ และจำนวนเที่ยวบินรองรับความต้องการ"
นางปิยะมานกล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นปัญหาที่ผู้ประกอบการยังกังวลมากที่สุด 3 เรื่อง อันดับ 1 ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจของไทย 61% รองลงมาคือการแข่งขันในธุรกิจที่สูงขึ้น 59% และตามมาด้วยต้นทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 50%
ด้านผล สำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสที่ 3 ปัจจัยการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวพึงพอใจ 40% พร้อมระบุว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นและเดินทางได้ดีที่สุด
"จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 5.34 ล้านคน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 8.36% ส่วนในช่วงไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะเพิ่มถึง 5.76 ล้านคน ทำให้ตลอดปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตจากปีที่แล้วถึง 15.35% รวม 21.73 ล้านคน"
ด้าน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (ทีเอ็มบี อะนาไลติกส์) ระบุถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ว่า มีจำนวน 17.7 ล้านคน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9.7% โดยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวไทยคือนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียตะวันออกและอาเซียน ประมาณ 10 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 56.4% เติบโต 11.3% ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปมาเที่ยวเมืองไทยกว่า 4.3 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 24.1% เติบโต 9.5% ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจาก 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ได้แก่ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และรัสเซีย
ขณะที่ตัวเลขใน 6 เดือนแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 4.67 แสนล้านบาท ขยายตัว 20.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวสิ้นปีนี้คาดเกินเป้าหมายที่ภาครัฐตั้งไว้ที่ จำนวน 20.5 ล้านคน มาอยู่ที่ 21 ล้านคน หากไม่มีสถานการณ์ผิดปกติในอีก 1 เดือนที่เหลือ
สำหรับแนวโน้มในปี 2556 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโต 7% ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 22.5 ล้านคน มีรายได้กว่า 9.2 แสนล้านบาท แยกย่อยเป็นรายได้จากธุรกิจโรงแรมและที่พัก 2.8 แสนล้านบาท ธุรกิจจำหน่ายสินค้า 2.2 แสนล้านบาท ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 1.7 แสนล้านบาท และธุรกิจอื่น ๆ 2.5 แสนล้านบาท โดยพื้นที่ที่ได้รับผลดีจากภาคท่องเที่ยวโดยตรงคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ กระบี่ และสงขลา เป็นต้น
แม้ทิศทางตลาดท่อง เที่ยวจะสดใส แต่เอกชนท่องเที่ยวกลับไม่รู้สึกถึงแนวโน้มดังกล่าว อย่างธุรกิจโรงแรมและที่พัก แม้จะมีการเติบโตด้านจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 7.8% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2550-2554 แต่พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมและที่พักกลับเติบโตขึ้น 31.4% ต่อปี ทำให้เกิดปัญหาภาวะแข่งขันสูงต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60% ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก ทำให้เอกชนหน้าใหม่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจได้ง่าย ทำให้อยู่ในภาวะแข่งขันสูงเช่นกัน
"สิ่งสำคัญคือเอกชนท่องเที่ยวต้อง เร่งปรับตัวรับการแข่งขันจากนักธุรกิจในเออีซี ในปี 2558 ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนในชาติสมาชิกถือหุ้นได้ถึง 70% ทั้งนี้ ภาครัฐควรรักษาปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น"
[center][img]http://www.prachachat.net/view_resizing_images.php?filename=online/2012/11/13542540371354254073m.jpg&width=166&height=166[/img][/center]
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่า ความมั่นใจของนักท่องเที่ยวในการเดินทางช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงถึง 120% หลังพบว่าคนไทยกว่า 34% ได้เตรียมแผนเดินทางในประเทศไว้แล้ว โดยมีแผนเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมปีนี้ และเดินทางกลับในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า
ขณะที่ภาพรวมผล สำรวจในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ นักท่องเที่ยวถึง 53% พร้อมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสำคัญ ได้แก่ วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม และ
วันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม โดยจุดหมายปลายทางที่นิยมมากที่สุด คือภาคเหนือที่เลือกไปกันถึง 33% นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยขาออก (เอาต์บาวนด์) ได้วางแผนท่องเที่ยวในต่างประเทศที่ 14% ซึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมได้แก่ จีน ฮ่องกง และลาว
"ปัจจัยหลักที่ภาคเอกชนเห็นว่าช่วยส่งเสริมการ ท่องเที่ยวปิดท้ายปี คือสายการบินต้นทุนต่ำที่ช่วยเอื้อความสะดวกด้านการเดินทาง จากแผนการเพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ และจำนวนเที่ยวบินรองรับความต้องการ"
นางปิยะมานกล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นปัญหาที่ผู้ประกอบการยังกังวลมากที่สุด 3 เรื่อง อันดับ 1 ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจของไทย 61% รองลงมาคือการแข่งขันในธุรกิจที่สูงขึ้น 59% และตามมาด้วยต้นทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 50%
ด้านผล สำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสที่ 3 ปัจจัยการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวพึงพอใจ 40% พร้อมระบุว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นและเดินทางได้ดีที่สุด
"จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 5.34 ล้านคน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 8.36% ส่วนในช่วงไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะเพิ่มถึง 5.76 ล้านคน ทำให้ตลอดปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตจากปีที่แล้วถึง 15.35% รวม 21.73 ล้านคน"
ด้าน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (ทีเอ็มบี อะนาไลติกส์) ระบุถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ว่า มีจำนวน 17.7 ล้านคน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9.7% โดยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวไทยคือนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียตะวันออกและอาเซียน ประมาณ 10 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 56.4% เติบโต 11.3% ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปมาเที่ยวเมืองไทยกว่า 4.3 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 24.1% เติบโต 9.5% ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจาก 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ได้แก่ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และรัสเซีย
ขณะที่ตัวเลขใน 6 เดือนแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 4.67 แสนล้านบาท ขยายตัว 20.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวสิ้นปีนี้คาดเกินเป้าหมายที่ภาครัฐตั้งไว้ที่ จำนวน 20.5 ล้านคน มาอยู่ที่ 21 ล้านคน หากไม่มีสถานการณ์ผิดปกติในอีก 1 เดือนที่เหลือ
สำหรับแนวโน้มในปี 2556 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโต 7% ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 22.5 ล้านคน มีรายได้กว่า 9.2 แสนล้านบาท แยกย่อยเป็นรายได้จากธุรกิจโรงแรมและที่พัก 2.8 แสนล้านบาท ธุรกิจจำหน่ายสินค้า 2.2 แสนล้านบาท ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 1.7 แสนล้านบาท และธุรกิจอื่น ๆ 2.5 แสนล้านบาท โดยพื้นที่ที่ได้รับผลดีจากภาคท่องเที่ยวโดยตรงคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ กระบี่ และสงขลา เป็นต้น
แม้ทิศทางตลาดท่อง เที่ยวจะสดใส แต่เอกชนท่องเที่ยวกลับไม่รู้สึกถึงแนวโน้มดังกล่าว อย่างธุรกิจโรงแรมและที่พัก แม้จะมีการเติบโตด้านจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 7.8% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2550-2554 แต่พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมและที่พักกลับเติบโตขึ้น 31.4% ต่อปี ทำให้เกิดปัญหาภาวะแข่งขันสูงต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60% ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก ทำให้เอกชนหน้าใหม่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจได้ง่าย ทำให้อยู่ในภาวะแข่งขันสูงเช่นกัน
"สิ่งสำคัญคือเอกชนท่องเที่ยวต้อง เร่งปรับตัวรับการแข่งขันจากนักธุรกิจในเออีซี ในปี 2558 ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนในชาติสมาชิกถือหุ้นได้ถึง 70% ทั้งนี้ ภาครัฐควรรักษาปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น"